<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เว็บไซต์ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการค้าขายบนโลกออนไลน์</title>
	<atom:link href="http://www.malaratn.co.th/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.malaratn.co.th</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Jan 2012 07:14:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ทำอย่างไรให้ร้านค้าขายสินค้าได้</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 30 Jan 2012 07:14:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[เปิดร้านบน facebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=381</guid>
		<description><![CDATA[“ทำการตลาด ลงโฆษณามาก็เยอะ แต่ทำไมยังขายสินค้าไม่ได้” คำพูดนี้หลายคนอาจจะบ่น กับตัวเองแบบเซ็งๆ พาลให้ถอดใจ ไม่ขายมันแล้ว เลิกสนใจและหันหลังให้การเปิดร้านค้าบนโลกออนไลน์ไปเลย สิ่งที่ผมอยากให้มองมากที่สุดในการเปิดร้านค้าออนไลน์คือ การปิดการขาย อันนี้สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะธุรกิจจะอยู่ได้ก็ด้วยยอดขาย คุณว่าจริงไหมครับ แต่การจะปิดการขายแบบร้านค้าออนไลน์นั้น ไม่ใช่การคุยโทรศัพท์กับลูกค้า หรือการตอบอีเมลนะครับ ซึ่งการตอบอีเมลหรือคุยโทรศัพท์อาจจะทำให้ปิดการขายได้ แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย เพราะมันทำให้รู้ว่า คุณมีปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า คุณควรให้ความสำคัญกับความเชื่อถือของร้านค้าเป็นสำคัญ เมื่อลูกค้าเข้ามาที่ร้านค้าแล้ว เกิดความรู้สึกเชื่อใจว่าร้านค้านี้ สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ การจะสร้างความน่าเชื่อถือของร้านค้านั้น ไม่ได้ยากอะไรหรอกนะครับ มาดูกันว่า คุณจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าของคุณได้อย่างไรบ้าง 1. การสร้างเว็บไซต์ให้ดูดี เข้ากับคอนเซ็ปต์ของสินค้า จัดวางรูปแบบให้เป็นระเบียบ แยกหมวดหมู่สินค้าชัดเจน ลองดู 3 ตัวอย่างเว็บนี้นะครับ http://www.playcondom.com/ http://www.morning-kiss.com/ http://www.f10shop.com/home.aspx 2. ให้รายละเอียดข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ชัดเจน แสดงราคา ส่วนลด (ถ้ามี) http://www.morning-kiss.com/product_show.php?category_id=22&#038;picID=1343 3. รูปภาพต้องสวย และถ้าสินค้ามีรายละเอียดเยอะ ให้ถ่ายหลายๆ มุม ลองใช้ instagram ช่วยได้ สำหรับใครที่มี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“ทำการตลาด ลงโฆษณามาก็เยอะ แต่ทำไมยังขายสินค้าไม่ได้” คำพูดนี้หลายคนอาจจะบ่น กับตัวเองแบบเซ็งๆ พาลให้ถอดใจ ไม่ขายมันแล้ว เลิกสนใจและหันหลังให้การเปิดร้านค้าบนโลกออนไลน์ไปเลย<span id="more-381"></span></p>
<p>สิ่งที่ผมอยากให้มองมากที่สุดในการเปิดร้านค้าออนไลน์คือ การปิดการขาย อันนี้สำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น เพราะธุรกิจจะอยู่ได้ก็ด้วยยอดขาย คุณว่าจริงไหมครับ</p>
<p>แต่การจะปิดการขายแบบร้านค้าออนไลน์นั้น ไม่ใช่การคุยโทรศัพท์กับลูกค้า หรือการตอบอีเมลนะครับ</p>
<p>ซึ่งการตอบอีเมลหรือคุยโทรศัพท์อาจจะทำให้ปิดการขายได้ แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลย เพราะมันทำให้รู้ว่า คุณมีปัญหาในการสื่อสารกับลูกค้า</p>
<p>คุณควรให้ความสำคัญกับความเชื่อถือของร้านค้าเป็นสำคัญ เมื่อลูกค้าเข้ามาที่ร้านค้าแล้ว เกิดความรู้สึกเชื่อใจว่าร้านค้านี้ สามารถให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้</p>
<p>การจะสร้างความน่าเชื่อถือของร้านค้านั้น ไม่ได้ยากอะไรหรอกนะครับ มาดูกันว่า คุณจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าของคุณได้อย่างไรบ้าง</p>
<p>1. การสร้างเว็บไซต์ให้ดูดี เข้ากับคอนเซ็ปต์ของสินค้า จัดวางรูปแบบให้เป็นระเบียบ แยกหมวดหมู่สินค้าชัดเจน ลองดู 3 ตัวอย่างเว็บนี้นะครับ http://www.playcondom.com/<br />
http://www.morning-kiss.com/ http://www.f10shop.com/home.aspx</p>
<p>2. ให้รายละเอียดข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วน ชัดเจน แสดงราคา ส่วนลด (ถ้ามี) http://www.morning-kiss.com/product_show.php?category_id=22&#038;picID=1343</p>
<p>3. รูปภาพต้องสวย และถ้าสินค้ามีรายละเอียดเยอะ ให้ถ่ายหลายๆ มุม ลองใช้ instagram ช่วยได้ สำหรับใครที่มี iPhone หรือตกแต่งรูปสินค้าให้สวยงามด้วย Photoshop</p>
<p>4. แจ้งเรื่องการติดต่อที่ชัดเจน ถ้ามีร้านค้าจริงก็ใส่แผนที่ลงไปด้วย อาจจะใช้ Google Maps ช่วยด้วยก็ได้ หรือมีแฟนเพจ Facebook ก็ติดกล่อง Like ไว้ที่หน้าเว็บด้วย หรือถ้าใช้ Twitter ก็ควรให้มีแสดงไว้บนหน้าเว็บไซต์</p>
<p>5. แจ้งรายละเอียดในการจัดส่ง ราคาในการจัดส่ง และวันที่ได้รับสินค้าให้ชัดเจน</p>
<p>6. ระบุวิธีการชำระเงินให้ชัดเจน ว่าร้านค้ารับการชำระเงินด้วยวิธีในบ้าง อาจจะใช้วิธีโอน หรือจ่ายผ่าน Paysbuy หรือผ่าน Paypal ได้ ดูตัวอย่าง http://www.f10shop.com/help/payment.aspx</p>
<p>7. มีบทความเกี่ยวกับสินค้าด้วยจะดีมาก บางครั้งลูกค้าต้องการคำแนะนำในการใช้สินค้า วิธีดูแลเก็บรักษา เป็นต้น</p>
<p>วิธีที่ผมได้แนะนำด้านบนก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ จากตัวอย่างที่ให้ไว้อยากให้ไปลองศึกษาดูว่าทำไมเขาถึงขายสินค้าได้แบบถล่มทลายเลยในแต่ละเดือน เคล็ดไม่ลับส่วนหนึ่งก็มาจากที่ผมได้แนะนำไปแล้วนี่เองครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านค้าบน facebook</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 16 Oct 2011 04:01:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[ร้านค้าออนไลน์แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=371</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมขอแนะนำตัวอย่างร้านค้าบน Facebook ที่น่าสนใจ เพื่อนๆ ที่อยากจะลองเปิดร้านค้าบน Facebook ลองศึกษาตัวอย่างร้านค้าเหล่านี้ดูนะครับ ร้านค้า หนังสือกฎหมายออนไลน์ attorney285.com https://www.facebook.com/attorney285.Law?sk=app_130418200387113 ร้านค้า KHOBKHUN THAILAND https://www.facebook.com/KHOBKHUNTHAILAND ร้านค้า App Perfume. https://www.facebook.com/pages/App-Perfume/204998499551203?sk=app_130418200387113 ร้านค้า TheOmoShop https://www.facebook.com/pages/TheOmoShop/176005732453481]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมขอแนะนำตัวอย่างร้านค้าบน Facebook ที่น่าสนใจ เพื่อนๆ ที่อยากจะลองเปิดร้านค้าบน Facebook ลองศึกษาตัวอย่างร้านค้าเหล่านี้ดูนะครับ<span id="more-371"></span></p>
<p><strong>ร้านค้า หนังสือกฎหมายออนไลน์ attorney285.com</strong><br />
<a href="https://www.facebook.com/attorney285.Law?sk=app_130418200387113">https://www.facebook.com/attorney285.Law?sk=app_130418200387113</a></p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/294673_152955968133336_130418200387113_237735_2119255008_n.jpg" alt="ร้านค้า หนังสือกฎหมายออนไลน์ attorney285.com" width="608" style="padding:10px;border: 1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>ร้านค้า KHOBKHUN THAILAND</strong><br />
<a href="https://www.facebook.com/KHOBKHUNTHAILAND">https://www.facebook.com/KHOBKHUNTHAILAND</a></p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/298744_152146101547656_130418200387113_235729_1849948049_n.jpg" alt="ร้านค้า KHOBKHUN THAILAND" width="608" style="padding:10px;border: 1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>ร้านค้า App Perfume.</strong><br />
<a href="https://www.facebook.com/pages/App-Perfume/204998499551203?sk=app_130418200387113">https://www.facebook.com/pages/App-Perfume/204998499551203?sk=app_130418200387113</a></p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/304195_152147158214217_130418200387113_235735_1500917685_n.jpg" alt="ร้านค้า App Perfume." width="608" style="padding:10px;border: 1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>ร้านค้า TheOmoShop</strong><br />
<a href="https://www.facebook.com/pages/TheOmoShop/176005732453481">https://www.facebook.com/pages/TheOmoShop/176005732453481</a></p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/317220_152543154841284_130418200387113_236805_92528861_n.jpg" alt="ร้านค้า TheOmoShop" width="608" style="padding:10px;border: 1px solid #ddd;" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขายสินค้าบน facebook แตกต่างจากเว็บไซต์อย่างไร?</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Oct 2011 04:37:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=351</guid>
		<description><![CDATA[1. ไม่ต้องจดโดเมน ปกติการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมีเลยคือเรื่องของโดเมนเนม ถ้าเปรียบเทียบกับร้านค้าทั่วไปก็คือ หน้าร้านนั่นเอง แต่สำหรับการเปิดร้านค้าบนเฟซบุ๊คนั้นไม่ต้องมีโดเมนเนมเราสามารถเปิดร้านค้าได้เลยทันที และถ้าเล่นเฟซบุ๊คอยู่แล้วเราสามารถขายสินค้าผ่านหน้า Wall ของโปรไฟล์เราได้เลย ซึ่งง่ายและสะดวกกว่ามาก 2. ไม่ต้องมีโฮสติ้ง ในการมีหน้าร้านออนไลน์เราจำเป็นที่จะต้องมีโฮสติ้งสำหรับเก็บไฟล์ข้อมูล แต่ถ้าบนเฟซบุ๊คเราใช้พื้นที่ฟรีได้เลย ไม่ว่าจะด้วยรูปภาพสินค้า คลิปวิดีโอ ข้อมูลสินค้า เราสามารถโพสข้อมูลได้ตลอดเวลา และมีพื้นที่ไม่จำกัดอีกด้วย 3. ไม่ต้องทำ SEO เรื่อง SEO เป็นเรื่องที่จำเป็นมากในการนำคนเข้ามาสู่ร้านค้าออนไลน์ของเรา โดยสิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญก็คือ Keyword เพราะเมื่อคนค้นหาข้อมูลบน Search Engine แล้วจะต้องแสดงร้านค้าเราในอันดับต้นๆ เพื่อให้คนเข้ามายังเว็บไซต์ แต่สำหรับร้านค้าบนเฟซบุ๊คนั้นลืมเรื่อง SEO ไปได้เลย เพราะการซื้อขายสินค้าจะไม่ได้หวังพึ่งเรื่องของการค้นหาสินค้าผ่าน Search Engine แต่จะเป็นคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนเรา สมาชิกที่เป็นแฟนเพจของเรา ดังนั้น การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและแฟนเพจจะมีความสำคัญมากกว่า เพราะถ้ามีการโพสข้อความหรือข้อมูลบนหน้า Wall ข้อมูลนั้นจะกระจายไปยังเพื่อนๆ ของเราหรือกลุ่มแฟนเพจของเราโดยทันที 4. มีความน่าเชื่อถือ การเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นสิ่งสำคัญเลยที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าก็คือ ความน่าเชื่อถือของร้านค้า แต่การที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความน่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เรื่องง่าย อาจจะต้องใช้ระยะเวลา แต่สำหรับการเปิดร้านค้าบนเฟซบุ๊คลูกค้าจะให้ความน่าเชื่อถือที่ง่ายกว่า เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้และดูได้ว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรบ้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>1. ไม่ต้องจดโดเมน</strong><br />
ปกติการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้น สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมีเลยคือเรื่องของโดเมนเนม ถ้าเปรียบเทียบกับร้านค้าทั่วไปก็คือ หน้าร้านนั่นเอง แต่สำหรับการเปิดร้านค้าบนเฟซบุ๊ค<span id="more-351"></span>นั้นไม่ต้องมีโดเมนเนมเราสามารถเปิดร้านค้าได้เลยทันที และถ้าเล่นเฟซบุ๊คอยู่แล้วเราสามารถขายสินค้าผ่านหน้า Wall ของโปรไฟล์เราได้เลย ซึ่งง่ายและสะดวกกว่ามาก</p>
<p><img src="https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/304195_152147158214217_130418200387113_235735_1500917685_n.jpg" alt="" width="608" style="padding:10px;border: 1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>2. ไม่ต้องมีโฮสติ้ง</strong><br />
ในการมีหน้าร้านออนไลน์เราจำเป็นที่จะต้องมีโฮสติ้งสำหรับเก็บไฟล์ข้อมูล แต่ถ้าบนเฟซบุ๊คเราใช้พื้นที่ฟรีได้เลย ไม่ว่าจะด้วยรูปภาพสินค้า คลิปวิดีโอ ข้อมูลสินค้า เราสามารถโพสข้อมูลได้ตลอดเวลา และมีพื้นที่ไม่จำกัดอีกด้วย</p>
<p><strong>3. ไม่ต้องทำ SEO</strong><br />
เรื่อง SEO เป็นเรื่องที่จำเป็นมากในการนำคนเข้ามาสู่ร้านค้าออนไลน์ของเรา โดยสิ่งสำคัญที่เราให้ความสำคัญก็คือ Keyword เพราะเมื่อคนค้นหาข้อมูลบน Search Engine แล้วจะต้องแสดงร้านค้าเราในอันดับต้นๆ เพื่อให้คนเข้ามายังเว็บไซต์ แต่สำหรับร้านค้าบนเฟซบุ๊คนั้นลืมเรื่อง SEO ไปได้เลย เพราะการซื้อขายสินค้าจะไม่ได้หวังพึ่งเรื่องของการค้นหาสินค้าผ่าน Search Engine แต่จะเป็นคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนเรา สมาชิกที่เป็นแฟนเพจของเรา ดังนั้น การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนและแฟนเพจจะมีความสำคัญมากกว่า เพราะถ้ามีการโพสข้อความหรือข้อมูลบนหน้า Wall ข้อมูลนั้นจะกระจายไปยังเพื่อนๆ ของเราหรือกลุ่มแฟนเพจของเราโดยทันที </p>
<p><strong>4. มีความน่าเชื่อถือ</strong><br />
การเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นสิ่งสำคัญเลยที่จะทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าก็คือ ความน่าเชื่อถือของร้านค้า แต่การที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความน่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เรื่องง่าย อาจจะต้องใช้ระยะเวลา แต่สำหรับการเปิดร้านค้าบนเฟซบุ๊คลูกค้าจะให้ความน่าเชื่อถือที่ง่ายกว่า เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้และดูได้ว่ามีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอะไรบ้าง ถ้ามีลูกค้าที่ซื้อของไปแล้วมีโพสให้ทางที่ดีก็จะทำให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือไปด้วย ลูกค้าใหม่ตัดสินค้าซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อสินค้าได้ง่าย</p>
<p><strong>5. เปิดร้านค้าได้เลยทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย</strong><br />
ใครๆ ก็สามารถเปิดร้านค้าบนเฟซบุ๊คได้อย่างง่ายๆ และสามารถมีร้านค้าของตนเองบนเฟซบุ๊คได้ทันที และไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เลย เพราะทุกอย่างบนเฟซบุ๊คนั้นมีให้เราใช้อย่างฟรีๆ เช่น กระดานข้อความ, ความคิดเห็น, วิจารณ์, รูปภาพ, วิดีโอ เป็นต้น ซึ่งเราสามารถนำเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้มาใช้ในการส่งเสริมการขายของเราได้ </p>
<p><strong>6. รู้ Feedback โดยทันที</strong><br />
ทุกครั้งที่เราโพสข้อความอะไรลงไปบนกระดานข้อความหรืออัพโหลดรูปภาพสินค้าลงไป เราสามารถวัดผลตอบรับจากเพื่อนๆ หรือแฟนเพจได้เลยทันที และถ้าสิ่งที่เราโพสลองไปแล้วมีคนชอบก็จะช่วยกันแชร์หรือแบ่งปันออกไปเพิ่มเรื่อยๆ ซึ่งแตกต่างกับร้านค้าออนไลน์แบบเดิมที่ไม่สามารถจะทำแบบนี้ได้ </p>
<p><strong>7. วัดผลได้ทันที</strong><br />
การวัดผลในที่นี้อาจจะเป็นการวัดผลยอดขาย ความน่าสนใจของสินค้า ความต้องการของลูกค้า หรืออื่นๆ เพราะในทุกๆ ครั้งที่เราสื่อสารออกไปนั้นจะทำให้เราได้รู้ว่ามีการตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราสามารถทราบได้เลยทันทีและสามารถจะแก้ไขปัญหาถ้าเกิดมีความผิดพลาดหรือมีอะไรที่ส่งผลกระทบในทางที่ไม่ดีต่อสินค้า หรือเราจะให้คำแนะนำลูกค้าได้ถ้าการสื่อสารนั้นไม่ชัดเจนเราสามารถอธิบายได้</p>
<p><strong>8. การบริการหลังการขาย</strong><br />
ข้อดีที่สำคัญของการเปิดร้านบน facebook ก็คือ บริการหลังการขาย เพราะว่าลูกค้าสามารถแสดงความคิดเห็นต่อสินค้าของร้านค้าได้อย่างสะดวกและติดต่อสื่อสารกับร้านค้าได้ง่าย ดังนั้น เจ้าของร้านค้าต้องให้บริการกับลูกค้าด้วยความจริงใจและพร้อมเปิดรับปัญหาหรือข้อผิดพลาดอย่างเต็มที่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%99-facebook-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ใหม่!! ผู้ช่วยช้อปปิ้งออนไลน์ บน toolbar</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 13 Sep 2011 05:06:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=341</guid>
		<description><![CDATA[การช้อปปิ้งในบางห้างหรูๆ ผู้บริโภคไม่ได้มีแค่ฉลากให้ดูให้เลือก เพราะจะมี “ผู้ช่วย” (personalized shopping assistant) มาคอยช่วยแนะนำคัดกรองข้าวของต่างๆให้ตลอดเวลา … แต่ถ้าเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ ดูเหมือนจะไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน ล่าสุดมีความพยายามทำ toolbar ให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเว็บบราวเซอร์ แล้วเจ้าทูลบาร์ตัวนี้จะทำหน้าที่คอยคัดกรองสินค้าให้ แถมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ช่วยให้การช้อปปิ้งไม่ได้ขึ้นกับข้อมูลบนหน้าเว็บนั้นๆหรือสินค้านั้นๆอย่างเดียว เพราะจะมีข้อมูลที่เป็นกลางจากผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเรากลั่นกรองด้วย “Good Guide’s Transparency Toolbar“ ถูกสร้างขึ้นเป็น “web browser extension” เพื่อช่วยชอปปิ้งตัวแรกๆ โดยตัวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองและแนะนำสินค้าที่ ”เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” และเป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายเรา โดยเราเลือกเงือนไขการคัดสรรสินค้าได้หลากหลาย ทั้ง nutrition, energy efficiency, organic, recycled materials , non-toxic, eco-friendly, และ socially responsible ตอนนี้ Good Guide Toolbar ยังรองรับแค่เว็บ Amazon แต่ทีมงานประกาศว่ากำลังจะเพิ่มเติมครอบคลุมอีกหลากหลายเว็บ เช่น eBay และอื่นๆอีกมาก หากใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การช้อปปิ้งในบางห้างหรูๆ ผู้บริโภคไม่ได้มีแค่ฉลากให้ดูให้เลือก  เพราะจะมี “ผู้ช่วย” (personalized shopping assistant) มาคอยช่วยแนะนำคัดกรองข้าวของต่างๆให้ตลอดเวลา<span id="more-341"></span> </p>
<p> … แต่ถ้าเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ ดูเหมือนจะไม่เคยมีแบบนี้มาก่อน </p>
<p>ล่าสุดมีความพยายามทำ toolbar ให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเว็บบราวเซอร์ แล้วเจ้าทูลบาร์ตัวนี้จะทำหน้าที่คอยคัดกรองสินค้าให้  แถมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ช่วยให้การช้อปปิ้งไม่ได้ขึ้นกับข้อมูลบนหน้าเว็บนั้นๆหรือสินค้านั้นๆอย่างเดียว  เพราะจะมีข้อมูลที่เป็นกลางจากผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเรากลั่นกรองด้วย</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/Screen-shot-2011-09-07-at-12.07.51-PM.png" alt="" title="Screen shot 2011-09-07 at 12.07.51 PM" width="509" height="329" class="alignnone size-full wp-image-342" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>“Good Guide’s Transparency Toolbar“ ถูกสร้างขึ้นเป็น  “web browser extension” เพื่อช่วยชอปปิ้งตัวแรกๆ  โดยตัวนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อคัดกรองและแนะนำสินค้าที่ ”เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” และเป็นมิตรกับสุขภาพร่างกายเรา โดยเราเลือกเงือนไขการคัดสรรสินค้าได้หลากหลาย  ทั้ง  nutrition, energy efficiency, organic, recycled materials , non-toxic, eco-friendly, และ socially responsible</p>
<p>ตอนนี้ Good Guide Toolbar ยังรองรับแค่เว็บ Amazon แต่ทีมงานประกาศว่ากำลังจะเพิ่มเติมครอบคลุมอีกหลากหลายเว็บ เช่น eBay และอื่นๆอีกมาก</p>
<p>หากใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ pc แถบ Goodguide toolbar จะโชว์ด้านล่าง  และล่าสุด Goodguide เพิ่งมีเวอร์ชั่นที่เป็นแอพบน iPhone ออกมาแล้ว  โดยเรายังไม่เห็นหน้าตาแต่คาดว่าไม่ต่างกันนัก</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/Screen-shot-2011-09-07-at-12.08.42-PM.png" alt="" title="Screen shot 2011-09-07 at 12.08.42 PM" width="418" height="351" class="alignnone size-full wp-image-343" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>ทีมที่เตรียมข้อมูลและควบคุมการผลิตระบบนี้คือ ศจ. Dara O’Rourke แห่ง UC Berkeley และทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ฟอร์มตัวกันเป็น  ”GoodGuide’s science team”  ซึ่งมีทั้งนักเคมี  นักพิษวิทยา นักโภชนาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม</p>
<p>ในอนาคตอันใกล้ น่าจะมี “ผู้ช่วยช้อปปิ้ง” อัตโนมัติ ในลักษณะ toolbar หรือ app เสริม  ด้านอื่นๆอีกหลากหลาย เช่น เลือกผลิตภัณฑ์อาหารเรื่องดื่มสำหรับคนที่ต้องการลดไขมัน , หรือเลือกเพลงที่มีเครื่องดนตรีนั้นๆอยู่ด้วย … หรืออื่นๆตามแต่จะมีคนคิดค้นสร้างขึ้นแล้วตลาดให้การยอมรับ</p>
<p> แต่ที่สำคัญระบบข้อมูลเบื้องหลังต้องแน่น  และความเป็นกลางไม่โอนเอียงเชียร์แบรนด์ไหนค่ายใดเป็นพิเศษก็เป็นเรื่องสำคัญที่สุดด้วย</p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://www.marketingoops.com/ecommerce/online-shopping-personal-assistant-toolbar/">http://www.marketingoops.com/ecommerce/online-shopping-personal-assistant-toolbar/</a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการขายน้ำยาซักผ้าผ่าน Facebook</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Sep 2011 05:00:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=336</guid>
		<description><![CDATA[อยากให้ท่านผู้อ่าน Marketingoops ที่เป็นนักการทั้งตัวจริงและมือสมัครเล่นลองนึกกันเล่นๆ ว่า หากคุณได้โจทย์จากลูกค้าเป็น “น้ำยาซักผ้าขาว” ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น (ซึ่งยากมากที่จะซักเสื้อผ้าของตัวเองเป็นกิจวัตร หรือไม่ก็ไม่เคยหยิบน้ำยาซักผ้าจากชั้นวางสักครั้งขณะไปช้อปปิ้งในซุปเปอร์มาร์เก็ต) ให้พวกเขารู้จักแบรนด์ และอาจจะแนะนำให้แม่ของพวกเขาซื้อใช้ซักชุดนักเรียนนักศึกษา แคมเปญดิจิตอลคุณจะเป็นอย่างไร?.. ทางครีเอทีฟเอเจนซี่อย่าง Saatchi &#038; Saatchi ใน Stockholm คิดแคมเปญเจ๋งๆว่า “Ariel Fashion Shoot “ โดยเริ่มต้นจากหาพื้นที่ว่างในสถานทีรถไฟ เพื่อสร้างเป็นตู้กระจกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ให้คนเดินผ่านไปมามองเห็นและแอปฯถ่ายรูปได้ ภายในมีปืนใหญ่ที่ออกแบบขึ้นมาเฉพาะกิจ ไว้ยิงกระสุนที่เป็น น้ำจากซอสมะเขือ น้ำหมึก ไวน์ และหมากฝรั่ง ลงบนเสื้อสีขาวที่แขวนอยู่บนราวซึ่งเลื่อนไปมา แต่ที่แปลกก็คือกลับไม่มีคนสั่งลั่นไกปืนอยู่ในตู้เลยสักคน! นั่นก็เพราะปืนนี้จะถูกสั่งยิงโดนอัตโนมัติจากผู้ที่กด Like ที่หน้าแฟนเพจของแบรนด์ก่อนจะเข้าเล่นเกม ที่ไม่่ว่าจะอยู่ ณ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ก็สามารถร่วมสนุกได้ โดยการเลือกสั่งยิงเสื้อผ้าแต่ละตัวด้วยตัวเอง หากยิงถูก เสื้อตัวนั้นจะถูกนำไปซัก และส่งคืนให้กับนักแม่นปืนคนนั้นถึงประตูบ้าน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า เสื้อตัวเดิมที่โดนคราบหนักๆ แต่สามารถขจัดได้อย่างง่ายดายด้วย “น้ำยาซักผ้ายี่ห้อนี้นั่นเอง..!” และตอนนี้ก็มีแฟนเพจของน้ำยาซักผ้ายี่ห้อนี้แล้ว 5,000 ราย! ไอเดียบรรเจิด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อยากให้ท่านผู้อ่าน Marketingoops ที่เป็นนักการทั้งตัวจริงและมือสมัครเล่นลองนึกกันเล่นๆ ว่า หากคุณได้โจทย์จากลูกค้าเป็น “น้ำยาซักผ้าขาว” ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น (ซึ่งยากมากที่จะซักเสื้อผ้าของตัวเองเป็นกิจวัตร หรือ<span id="more-336"></span>ไม่ก็ไม่เคยหยิบน้ำยาซักผ้าจากชั้นวางสักครั้งขณะไปช้อปปิ้งในซุปเปอร์มาร์เก็ต) ให้พวกเขารู้จักแบรนด์ และอาจจะแนะนำให้แม่ของพวกเขาซื้อใช้ซักชุดนักเรียนนักศึกษา</p>
<p>แคมเปญดิจิตอลคุณจะเป็นอย่างไร?..</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/Screen-shot-2011-09-07-at-12.01.32-PM.png" alt="" title="Screen shot 2011-09-07 at 12.01.32 PM" width="606" height="450" class="alignnone size-full wp-image-337" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>ทางครีเอทีฟเอเจนซี่อย่าง Saatchi &#038; Saatchi ใน Stockholm คิดแคมเปญเจ๋งๆว่า “Ariel Fashion Shoot “ โดยเริ่มต้นจากหาพื้นที่ว่างในสถานทีรถไฟ เพื่อสร้างเป็นตู้กระจกสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ให้คนเดินผ่านไปมามองเห็นและแอปฯถ่ายรูปได้ ภายในมีปืนใหญ่ที่ออกแบบขึ้นมาเฉพาะกิจ ไว้ยิงกระสุนที่เป็น น้ำจากซอสมะเขือ น้ำหมึก ไวน์ และหมากฝรั่ง ลงบนเสื้อสีขาวที่แขวนอยู่บนราวซึ่งเลื่อนไปมา</p>
<p>แต่ที่แปลกก็คือกลับไม่มีคนสั่งลั่นไกปืนอยู่ในตู้เลยสักคน!</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/Screen-shot-2011-09-07-at-12.01.23-PM.png" alt="" title="Screen shot 2011-09-07 at 12.01.23 PM" width="523" height="298" class="alignnone size-full wp-image-338" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>นั่นก็เพราะปืนนี้จะถูกสั่งยิงโดนอัตโนมัติจากผู้ที่กด Like ที่หน้าแฟนเพจของแบรนด์ก่อนจะเข้าเล่นเกม ที่ไม่่ว่าจะอยู่ ณ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ก็สามารถร่วมสนุกได้ โดยการเลือกสั่งยิงเสื้อผ้าแต่ละตัวด้วยตัวเอง หากยิงถูก เสื้อตัวนั้นจะถูกนำไปซัก และส่งคืนให้กับนักแม่นปืนคนนั้นถึงประตูบ้าน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่า เสื้อตัวเดิมที่โดนคราบหนักๆ แต่สามารถขจัดได้อย่างง่ายดายด้วย “น้ำยาซักผ้ายี่ห้อนี้นั่นเอง..!”</p>
<p>และตอนนี้ก็มีแฟนเพจของน้ำยาซักผ้ายี่ห้อนี้แล้ว 5,000 ราย!</p>
<p>ไอเดียบรรเจิด ตอบโจทย์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทั้งยังจับต้องได้ถึงประโยชน์ของสินค้าอย่างชัดเจน แต่ว่า…ทำบ่อยๆ ไม่ได้ งบบานปลายแน่นอน!</p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://www.marketingoops.com/ads-ideas/ariel-facebook/">http://www.marketingoops.com/ads-ideas/ariel-facebook/</a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Facebook ใส่ฟีเจอร์แปลภาษาลงใน Newsfeed แล้ว</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/facebook-%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99-n/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/facebook-%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99-n/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Sep 2011 07:43:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=329</guid>
		<description><![CDATA[เพิ่งจะมีข่าวว่า Google+ ใส่ฟีเจอร์แปลภาษา (Translate) ใส่ลงใน Post, Comment ไปได้ไม่กี่วัน ล่าสุด Facebook ก็ปล่อยฟีเจอร์นี้ออกมาติดๆและเหมือนกันเลยทีเดียวแบบไม่ต้องลง Add-on อะไรเพิ่มเติมใน Browser อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนฟีเจอร์นี้จาก Bing นั่นเอง ตัวอย่างการแปลภาษาของ Facebook โพสที่แสดงอยู่บน Newsfeed จะเห็นเมนู Translate เมื่อกดปุ่ม Translate ก็จะเห็นข้อความที่ของโพสหรือคอมเม้นท์นั้นถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือในทางกลับกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตั้งค่าภาษาของ Facebook เอาไว้นั่นเอง และปุ่มจะเปลี่ยนชื่อจาก Translate เป็น Original เพื่อให้เรากลับไปดูข้อความต้นฉบับก่อนแปลได้เหมือนเดิมด้วย อ้างอิง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เพิ่งจะมีข่าวว่า Google+ ใส่ฟีเจอร์แปลภาษา (Translate) ใส่ลงใน Post, Comment ไปได้ไม่กี่วัน ล่าสุด Facebook ก็ปล่อยฟีเจอร์นี้ออกมาติดๆและเหมือนกันเลยทีเดียวแบบไม่ต้องลง <span id="more-329"></span> Add-on อะไรเพิ่มเติมใน Browser อีกด้วย โดยได้รับการสนับสนุนฟีเจอร์นี้จาก Bing นั่นเอง</p>
<p>ตัวอย่างการแปลภาษาของ Facebook</p>
<p>โพสที่แสดงอยู่บน Newsfeed จะเห็นเมนู Translate</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/117522.jpg" alt="" title="117522" width="572" height="305" class="alignnone size-full wp-image-330" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>เมื่อกดปุ่ม Translate ก็จะเห็นข้อความที่ของโพสหรือคอมเม้นท์นั้นถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือในทางกลับกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับการตั้งค่าภาษาของ Facebook เอาไว้นั่นเอง และปุ่มจะเปลี่ยนชื่อจาก Translate เป็น Original เพื่อให้เรากลับไปดูข้อความต้นฉบับก่อนแปลได้เหมือนเดิมด้วย</p>
<p><a href="http://www.malaratn.co.th/facebook-%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99-n/attachment/117523/" rel="attachment wp-att-331"><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/117523.jpg" alt="" title="117523" width="576" height="305" class="alignnone size-full wp-image-331" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://variety.teenee.com/science/38865.html/">http://variety.teenee.com/science/38865.html/</a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/facebook-%e0%b9%83%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%9f%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%99-n/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผู้ใช้งาน Facebook นิยมใช้เวลากับหน้าใดมากที่สุด</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-facebook-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-facebook-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Sep 2011 07:42:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=323</guid>
		<description><![CDATA[ComScore เปิดเผยรายงานพฤติกรรมผู้ใช้งาน Facebook เกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาบน Facebook และกับแบรนด์สินค้า ทำรายงานที่ทำขึ้นเดือนพฤษภาคม 2011 ทำให้เราได้เห็นว่าสมาชิก Facebook ส่วนมากจะใช้เวลากับ News feed ดังภาพด้านล่างจะเห็นว่ามี 27% ที่นิยมใช้งานและใช้เวลาบนหน้า News Feed (หน้ารวมกิจกรรม status และเนื้อหาจากเพื่อนและกลุ่มคนรู้จัก) มากกว่าหน้าอื่นๆ ส่วนที่ใช้งานหน้า Profile ของตนเองมี 21% ดูรูปภาพ 17% ใช้งาน applications 10% และอีก 25% เป็นการใช้งานหน้าอื่นๆ ของ Facebook ผลจากรายงานนี้ทำให้เห็นว่าสมาชิก Facebook จะมีโอกาสเห็นเนื้อหาของแบรนด์สินค้าจากหน้า News Feed มากกว่าการเข้าไปสู่หน้า Fan page ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกที่เนื้อหาที่แบรนด์เพจโพสบน Facebook และกิจกรรมที่เล่นผ่าน Wall นั้นจะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Fan ได้ดีกว่า แล้วแบบนี้ แบรนด์แบรนด์ควรให้ความสำคัญต่อการโพสเนื้อหามากกว่าการสร้าง Application หรือไม่? [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ComScore เปิดเผยรายงานพฤติกรรมผู้ใช้งาน Facebook เกี่ยวกับการมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาบน Facebook และกับแบรนด์สินค้า ทำรายงานที่ทำขึ้นเดือนพฤษภาคม 2011<span id="more-323"></span></p>
<p>ทำให้เราได้เห็นว่าสมาชิก Facebook ส่วนมากจะใช้เวลากับ News feed  ดังภาพด้านล่างจะเห็นว่ามี 27% ที่นิยมใช้งานและใช้เวลาบนหน้า News Feed (หน้ารวมกิจกรรม status และเนื้อหาจากเพื่อนและกลุ่มคนรู้จัก) มากกว่าหน้าอื่นๆ   ส่วนที่ใช้งานหน้า Profile ของตนเองมี 21%   ดูรูปภาพ 17%   ใช้งาน applications 10%  และอีก 25% เป็นการใช้งานหน้าอื่นๆ ของ Facebook</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/Facebook-Product-Usage-Breakdown.png" alt="" title="Facebook-Product-Usage-Breakdown" width="500" height="329" class="alignnone size-full wp-image-324" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>ผลจากรายงานนี้ทำให้เห็นว่าสมาชิก Facebook จะมีโอกาสเห็นเนื้อหาของแบรนด์สินค้าจากหน้า News Feed มากกว่าการเข้าไปสู่หน้า Fan page  ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่แปลกที่เนื้อหาที่แบรนด์เพจโพสบน Facebook และกิจกรรมที่เล่นผ่าน Wall นั้นจะสามารถเข้าถึงกลุ่ม Fan ได้ดีกว่า</p>
<p>แล้วแบบนี้ แบรนด์แบรนด์ควรให้ความสำคัญต่อการโพสเนื้อหามากกว่าการสร้าง Application หรือไม่?<br />
ด้วยประสบการณ์ที่เคยพัฒนา Social Media Marketing ให้กับหลายแบรนด์สินค้า  ส่วนตัวยังเชื่อว่า Application ยังเป็นตัวสำคัญในการเข้าถึง Fans ผ่าน Engagement ที่ดีไซน์ให้กับเป้าหมายของแต่ละสินค้า   เพียงแต่ Application นั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในหน้า News Feed อย่างชัดเจน  จึงต้องมีวิธีการสร้างApplication ให้เชื่อมกับ News Feed และหรือมีการซื้อโฆษณาผ่านช่องทาง Facebook และเว็บไซต์กลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำคนเข้าสู่ Application  ซึ่งเป็นส่วนที่แบรนด์สามารถ Interact สร้างการรับรู้ และสร้างการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ดีกว่าการโพสข้อความเพียงอย่างดียว     ส่วนเนื้อหาที่โพสบน Page หรือ News Feed นั้นยังคงสำคัญไม่เปลี่ยนแปลง และเมื่อดูจากรายงานนี้ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย และจำต้องมีวิธีการแชร์ข้อความและเนื้อหาที่เข้าถึง Fans ให้ดีกว่าเดิม</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/facebook-News-Feed-Exposure-Post-Days.png" alt="" title="facebook-News-Feed-Exposure-Post-Days" width="500" height="300" class="alignnone size-full wp-image-325" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>เห็นได้ชัดว่า ยิ่งโพสติดต่อกันมากขึ้น โอกาสที่เข้าถึง Fans ก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  รายงานนี้ ทาง comScore ทำขึ้นจากการเปรียบเทียบการโพสของ 3 แบรนด์ใหญ่บน Facebook คือ Starbucks, Southwest และ Bings กับจำนวนวันต่อสัปดาห์ที่แต่ละแบรนด์โพสข้อความบน Facebook  ผลที่ได้คือ ยิ่งโพสมากวันก็ยิ่งเพิ่มจำนวนเปอร์เซ็นต์การเข้าถึง Fan และยิ่งเข้าถึง Fan ได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่จะเข้าถึงเพื่อนของ Fans ก็มีมากขึ้นอีก</p>
<p>จากกราฟด้านบน จะเห็นว่าหากเราโพสข้อความ 1 วันต่อสัปดาห์ โอกาสที่จะเข้าถึง Fan จะมีประมาณ 8%  แต่หาเราโพสข้อความ 7 วันต่อสัปดาห์ โอกาสที่จะเข้าถึง Fan จะมีมากขึ้นเป็น 22%</p>
<p>แล้ว Fans จะได้เห็นข้อความของแบรนด์หรือเปล่า<br />
อันนี้แน่นอนว่าคงไม่ได้เห็นทุกๆ ข้อความ เนื่องจาก Fan แต่ละคนอาจจะไม่ได้เข้าใช้งาน Facebook ในเวลาเดียวกับที่แบรนด์โพสข้อความ และอาจจะมีเพื่อนมาก หรือติดตามแบรนด์อื่นๆ อีกหลายแบรนด์   และทาง Facebook เองก็มีการตั้งค่ากำหนดการแสดงเนื้อหาบนหน้า News Feed ด้วยเช่นกัน  จากการแสดงข้อความบน News Feed จึงขึ้นอยู่กับความน่าสนใจของข้อความนั้นด้วย  หากข้อความนั้นถูกคลิก Like หรือมี Comment มาก โอกาสที่จะถูกแสดงบน News Feed ของ Fans ก็จะมีมากขึ้น  ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ News Feed ของ Fan แต่ละคน ว่ามีเพื่อนมากหรือน้อย มีการ Like เพจมากหรือน้อยเช่นกัน   ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีรายการข้อความแสดงมากกว่าที่ News Feed จะแสดงได้ในแต่ละครั้ง   ด้วยเหตุนี้ Facebook จึงจำต้องเลือกแสดงข้อความที่คนให้ความสนใจมากกว่าข้อความที่ไม่มีคนสนใจ</p>
<p>ดังนั้น  ข้อความที่แบรนด์โพสในแต่ละครั้ง ย่อมต้องมีกลยุทธ์ในการเข้าถึง Fan และต้องให้แน่ใจว่าสิ่งที่นำมาโพสนั้น จะสามารถทำให้ Fan ชอบด้วยการคลิก Like และสนใจที่จะ comments  แบรนด์เพจทั้งหลายคงต้องกลับไปสังเกตุดูแล้วว่า สิ่งที่เคยโพสนั้นดีพอแล้วหรือยัง และควรจะโพสอย่างไรให้ Fan Like และ Comment ให้มากที่สุด</p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://www.marketingoops.com/reports/behaviors/time-spend-on-page/">http://www.marketingoops.com/reports/behaviors/time-spend-on-page/a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-facebook-%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อ Nielsen จับมือกับ Facebook วัดเรตติ้งโฆษณาบนโลกออนไลน์</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-nielsen-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-facebook-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-nielsen-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-facebook-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Sep 2011 04:39:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=319</guid>
		<description><![CDATA[* เฟสบุ๊ก.คอม เว็บไซต์เว็บเดียวที่มีสมาชิกจะทะลุ 750 ล้านคนปีนี้ และทุกคนต่างใส่ข้อมูลที่เป็นประวัติส่วนตัวจริงๆ บนเว็บไซต์เหล่านี้! * นีลเส็น คือ สุดยอดบริษัทวิจัยของโลกที่วัดผลเรตติ้งของทุกสื่อที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็น ทีวี เคเบิล ทีวี อินเทอร์เน็ต และมือถือ และเป็นบริษัทแรกที่บอกว่าในโลกไซเบอร์ การวัด PageViews และ Unique IP อย่างเดียวไม่พอ ต้องวัด Time Spending หรือเวลาที่ใช้งานกับหน้าเว็บไซต์นั้นๆ ด้วย ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับเรตติ้งของเว็บอย่างวิดีโอทั่วโลก ที่คนใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บนานๆ ด้วย นักการตลาดอย่างคุณรู้ความจริงเหล่านี้ดี…แต่เมื่อ 2 บริษัทนี้จับมือกันทำโครงการชื่อว่า “Online Campaign Ratings (OCR)” ประวัติศาสตร์การวัดเรตติ้งแคมเปญโฆษณาบนโลกออนไลน์ก็ถึงคราวสะเทือน วิธีการวัดเรตติ้งแคมเปญโฆษณาด้วยระบบ OCR มีขั้นตอนดังนี้ ผู้ที่ลงโฆษณาจะติดป้ายกำกับไว้ที่ชิ้นงานโฆษณา และเมื่อนำไปแปะยังเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อมีคนชมโฆษณา ก็จะส่งข้อมูลไปหาเฟสบุ๊ก เพื่อขอทราบว่าคนที่ดูโฆษณานั้นคือใคร? เพศไหน? อายุเท่าไหร่? อยู่ประเทศอะไร? จากนั้นก็นำข้อมูลประวัติส่วนตัวผู้ใช้เหล่านี้ส่งกลับไปยังระบบของนีลเส็น เพื่อทำการประมวลผล Reach, Frequency, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>* เฟสบุ๊ก.คอม เว็บไซต์เว็บเดียวที่มีสมาชิกจะทะลุ 750 ล้านคนปีนี้ และทุกคนต่างใส่ข้อมูลที่เป็นประวัติส่วนตัวจริงๆ บนเว็บไซต์เหล่านี้!<span id="more-319"></span></p>
<p>* นีลเส็น คือ สุดยอดบริษัทวิจัยของโลกที่วัดผลเรตติ้งของทุกสื่อที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็น ทีวี เคเบิล ทีวี อินเทอร์เน็ต และมือถือ และเป็นบริษัทแรกที่บอกว่าในโลกไซเบอร์ การวัด PageViews และ Unique IP อย่างเดียวไม่พอ ต้องวัด Time Spending หรือเวลาที่ใช้งานกับหน้าเว็บไซต์นั้นๆ ด้วย ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับเรตติ้งของเว็บอย่างวิดีโอทั่วโลก ที่คนใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บนานๆ ด้วย</p>
<p>นักการตลาดอย่างคุณรู้ความจริงเหล่านี้ดี…แต่เมื่อ 2 บริษัทนี้จับมือกันทำโครงการชื่อว่า “Online Campaign Ratings (OCR)” ประวัติศาสตร์การวัดเรตติ้งแคมเปญโฆษณาบนโลกออนไลน์ก็ถึงคราวสะเทือน</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/fb-nielsen.jpg" alt="" title="fb-nielsen" width="600" height="396" class="alignnone size-full wp-image-320" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>วิธีการวัดเรตติ้งแคมเปญโฆษณาด้วยระบบ OCR มีขั้นตอนดังนี้</strong></p>
<p>ผู้ที่ลงโฆษณาจะติดป้ายกำกับไว้ที่ชิ้นงานโฆษณา และเมื่อนำไปแปะยังเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อมีคนชมโฆษณา ก็จะส่งข้อมูลไปหาเฟสบุ๊ก เพื่อขอทราบว่าคนที่ดูโฆษณานั้นคือใคร? เพศไหน? อายุเท่าไหร่? อยู่ประเทศอะไร? จากนั้นก็นำข้อมูลประวัติส่วนตัวผู้ใช้เหล่านี้ส่งกลับไปยังระบบของนีลเส็น เพื่อทำการประมวลผล Reach, Frequency, Gross Rating Point (GRP) และสรุปเป็นยอดการเข้าชมโฆษณาให้ผู้ลงโฆษณาได้ทราบ เพื่อประเมินและวัดผล ROI ในขั้นสุดท้าย!</p>
<p>ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่การวัดผลโฆษณาออนไลน์จะรู้ถึงตัวผู้ใช้รายคน ซึ่งแน่นอนว่าต้องแม่นยำยิ่งกว่าการวัดผลของโฆษณาทางทีวีเสียอีก ซึ่งรูปแบบนี้คือสุดยอดของสิ่งที่นักการตลาดฝันถึงนั่นคือ การโฆษณาแบบ Targeting Ads</p>
<p>ถึงตอนนี้ต้องย้อนกลับไปถามว่าจะมีผู้ใช้สักกี่คนที่จะรู้ว่าทุกครั้งที่คลิกเว็บเพจใดๆ แบรนด์ทั้งโลกจับจ้องคุณเพื่อส่งโฆษณาที่คุณสนใจให้ทันที หรือจริงๆ คุณเองกลับชอบเสียอีก เพราะมันก็เป็นโฆษณาที่ตรงกับความสนใจคุณอยู่แล้ว!</p>
<p>อนาคตโฆษณาออนไลน์แบบ Personalized Ad นับวันยิ่งดูสดใส…ไม่ใช่เล่น!</p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://www.marketingoops.com/media-ads/nielsen-facebook/">http://www.marketingoops.com/media-ads/nielsen-facebook/</a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad-nielsen-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-facebook-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>F-Commerce คลื่นลูกใหม่โลกการตลาดออนไลน์</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/f-commerce-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/f-commerce-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Sep 2011 04:38:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=314</guid>
		<description><![CDATA[คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook คือ Social Media ที่มีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน จากผู้ใช้งานทั่วโลกเกือบ 600 ล้านคน หากเปรียบเฟซบุ๊คเป็นประเทศ ก็จะมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่จีนและอินเดีย เฟซบุ๊คจึงเป็นหนึ่งในช่องทางการตลาดและการสื่อสารที่นักการตลาดไม่สามารถมองข้าม เพื่อเข้าถึงลูกค้าในโลกยุคออนไลน์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และวางกลยุทธ์แบรนด์ หน่วยงานเอ็นเนอร์จี้ บริษัท วายแอนด์อาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ WPP กล่าวว่าปัจจุบันเฟซบุ๊คไม่ใช่แค่โซเชียล มีเดีย เพื่อติดต่อสื่อสารและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก ตามวัตถุประสงค์ตั้งต้นที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ได้ก้าวข้ามไปเป็นการสร้างความสัมพันธ์ การค้นพบ การแบ่งปัน และการเรียนรู้แบบทางลัด มากไปกว่านั้นคือการสร้างความใกล้ชิดระหว่าง ผู้บริโภค กับ Brand อีกทั้งยังเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีประสิทธิภาพด้านการซื้อขายสินค้าด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ค ในรูปแบบ F-Commerce หรือ Facebook Commerce เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเฟซบุ๊ค&#8230;ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่มาแรงในโลกออนไลน์ และพร้อมที่จะแซงหน้าทุกสื่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมที่ก้าวเข้ามาแทนที่ E-Commerce (Electronic Commerce) และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook คือ Social Media ที่มีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน จากผู้ใช้งานทั่วโลกเกือบ 600 ล้านคน หากเปรียบเฟซบุ๊คเป็นประเทศ ก็จะมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลก<span id="more-314"></span> เป็นรองเพียงแค่จีนและอินเดีย เฟซบุ๊คจึงเป็นหนึ่งในช่องทางการตลาดและการสื่อสารที่นักการตลาดไม่สามารถมองข้าม เพื่อเข้าถึงลูกค้าในโลกยุคออนไลน์ </p>
<p>กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และวางกลยุทธ์แบรนด์ หน่วยงานเอ็นเนอร์จี้ บริษัท วายแอนด์อาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ WPP กล่าวว่าปัจจุบันเฟซบุ๊คไม่ใช่แค่โซเชียล มีเดีย เพื่อติดต่อสื่อสารและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก ตามวัตถุประสงค์ตั้งต้นที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ได้ก้าวข้ามไปเป็นการสร้างความสัมพันธ์ การค้นพบ การแบ่งปัน และการเรียนรู้แบบทางลัด  มากไปกว่านั้นคือการสร้างความใกล้ชิดระหว่าง ผู้บริโภค กับ Brand อีกทั้งยังเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีประสิทธิภาพด้านการซื้อขายสินค้าด้วยเช่นกัน</p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/F-Commerce-FAQ-570x425.png" alt="" title="F-Commerce-FAQ-570x425" width="570" height="425" class="alignnone size-full wp-image-315" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p>ทั้งนี้ การขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ค ในรูปแบบ  F-Commerce หรือ Facebook Commerce เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเฟซบุ๊ค&#8230;ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่มาแรงในโลกออนไลน์ และพร้อมที่จะแซงหน้าทุกสื่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมที่ก้าวเข้ามาแทนที่ E-Commerce (Electronic Commerce) และ M-Commerce (Mobile Commerce) สำหรับคนยุคใหม่ในกลุ่มลูกค้าแบบ B2C </p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นเฟซบุ๊ค ได้เสริมความเข้มแข็งในความปลอดภัยของระบบการใช้จ่ายผ่านหน้าเฟซบุ๊ค ด้วยการจับมือกับ Paypal ที่เป็นหนึ่งในระบบการเงินซื้อขายออนไลน์ที่ให้ความปลอดภัยในระบบข้อมูลแก่ผู้บริโภคที่น่าเชื่อถือในระดับต้นๆ  ส่งผลให้เอฟคอมเมิร์ซ มีความแข็งแกร่งและได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น </p>
<p>โดย เฟซบุ๊ค จะเปลี่ยนรูปแบบของเงินสดเป็นลักษณะของ F-credit ความนิยมที่กำลังมาแรงของเอฟคอมเมิร์ซ ในตลาดอเมริกานั้นส่งผลให้กลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ในอเมริกาได้ออก Money Gift Card สำหรับเฟซบุ๊ค มาขายเป็นของขวัญให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกันอย่างแพร่หลาย</p>
<p><strong>สินค้าแห่เปิดช่องทางขาย</strong></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในเจ้าตลาดของโลกอีคอมเมิร์ซ อย่าง Amazon ได้ร่วมมือกับพีแอนด์จี เพื่อโปรโมทและขายสินค้า Pamper ในโลกของเฟซบุ๊คด้วยเช่นกัน เพราะจุดเด่นของเอฟคอมเมิร์ซ คือผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่านเฟซบุ๊ค ไม่จำเป็นต้องไปเปิดเว็บไซต์อื่นๆ และไม่ต้องทำ search หาสินค้าใน google อีกด้วย </p>
<p>ช่วงเริ่มต้นของยุคดิจิทัลถือเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงจาก Traditional Commerce หรือการซื้อขายโดยผู้ซื้อและผู้ขายมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงมาเป็นการซื้อสินค้าทางสื่อออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบบอีคอมเมิร์ซ ที่เป็นการขยายขอบข่ายการทำการค้า โดยไม่มีข้อจำกัดของเวลาการเปิดปิดร้าน </p>
<p>อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าแบบอีคอมเมิร์ซ ยังมีข้อจำกัดในการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งในยุคถัดมาที่เกิดความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อสื่อสาร  M-Commerce จึงเกิดขึ้น  ถือเป็นการกระโดดออกจากกรอบของอีคอมเมิร์ซ มาสู่การติดตามตัวแบบไร้สายของโลกโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์เป็นตัวช่วยในการซื้อขายสินค้า หรือทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร ผู้ขายสามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างถึงตัวและรวดเร็ว</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น M-Commerce สามารถบ่งบอกที่อยู่ของลูกค้าได้อย่างละเอียด ส่งผลให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าและบริการตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีโครงข่าย ที่จะต้องนำมาใช้กับ M-Commerce เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><strong>แชร์ประสบการณ์ซื้อเรียลไทม์</strong></p>
<p>ทั้ง อีคอมเมิร์ซ และ เอ็มคอมเมิร์ซ  เป็นการแสดงออกถึงการต้องการส่วนบุคคลเพียงเท่านั้น ขณะที่ &#8220;เอฟคอมเมิร์ซ&#8221; สามารถแสดงความสัมพันธ์ของกลุ่มลูกค้าที่มีความชอบเดียวกันและสามารถแบ่งปันความชอบในตัวสินค้านั้นๆ ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับรู้ได้ ยิ่งไปว่านั้น เอฟคอมเมิร์ซ สามารถทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างรวดเร็วและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความภักดีกับตัวสินค้าได้ง่าย </p>
<p>&#8220;ดังนั้น F-Commerce เสมือนสิ่งเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปของ E-Commerce และ M-Commerce&#8221;</p>
<p>การจะทำให้ &#8220;แบรนด์&#8221; ประสบความสำเร็จในการทำ เอฟคอมเมิร์ซ นั้น  จะต้องมีความเป็น Real time ในโลกของเฟซบุ๊ค ทำให้เห็นประโยชน์ที่ลูกค้าสามารถเข้ามามีประสบการณ์ร่วมได้อย่างทันท่วงทีมากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ เนื่องจากสามารถอัพโหลดข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น  พีแอนด์จี เปิดตัวสินค้าแชมพูตัวใหม่  ได้ให้แฟนเพจ เฟซบุ๊คมีโอกาสซื้อก่อนสินค้าก่อนวางขายจริงในตลาด นอกเหนือไปกว่านั้นสามารถทำให้แบรนด์ตรวจสอบผลตอบรับของสินค้าก่อนที่จะวางตลาดจริงเพื่อช่วยในการวางแผนการผลิต</p>
<p>ขณะที่ Levi&#8217;s เรียกหน้าชอปปิงบนเฟซบุ๊คว่า Friends Store โดยทุกคนสามารถมากด like ในรุ่นที่ชอบและต้องการจะซื้อได้ อีกทั้งมีการจัดลำดับรุ่นที่ได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ ทำให้คนที่เข้ามาเพื่อจะเลือกซื้อมีข้อมูลของความนิยมและการแสดงความคิดเห็นต่างของบรรดาแฟนเพจคนอื่น บนหน้าเพจของแต่ละรุ่น เพื่อประกอบการตัดสินใจ  และเมื่อเลือกซื้อสินค้าในหน้าแฟนเพจแล้วก็สามารถ Share รุ่นที่ตัวเองชื่นชอบไปบนหน้าเฟซบุ๊คของตัวได้ด้วยเช่นกัน</p>
<p>&#8220;เอฟ คอมเมิร์ซ&#8221; จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดสื่อออนไลน์ในยุคดิจิทัล ที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ ให้ความสนใจ และเป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/f-commerce-%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;โซเชียล ซีอาร์เอ็ม&#8221; ผูกใจลูกค้าบนสังคมออนไลน์</title>
		<link>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Sep 2011 04:30:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>SEKr</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวอัพเดตล่าสุด]]></category>
		<category><![CDATA[บทความน่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.malaratn.co.th/?p=310</guid>
		<description><![CDATA[สื่อสังคมออนไลน์ เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาต่อยอดมาจากวิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องราว และสิ่งต่างๆ มาเป็นเครือข่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และยังได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ที่หลากหลายในการสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจ&#8221; โซเชียลมีเดียในบทบาทธุรกิจ นนทวัฒน์ บอกว่า หากจะถามว่าสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียล มีเดีย ให้อะไรแก่เรานั้น มีประเด็นให้น่าขบคิดในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดและการขาย การบริการลูกค้า และการสนับสนุน รวมถึงการสรรหา และพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ โดยสามารถ รวบรวมแนวคิดใหม่ๆ จากสมาชิกในชุมชนออนไลน์ ซึ่งเป็นทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าเป้าหมาย โซเชียล มีเดีย สามารถทำให้เราได้เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ความรู้และเจาะหาและรวบรวม สร้างช่องทางใหม่ๆ ทางด้าน การตลาดและการจัดจำหน่าย เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ฯลฯ สามารถสร้างกลไกการกระจายข้อมูลต่อกันไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อและเพิ่มจำนวนลูกค้า หรือจะสร้างโมเดลการสร้างรายได้ใหม่ๆ และระบบการจ่ายเงินใหม่ (เช่น ระบบสินค้าเสมือน เป็นต้น) รวมถึงความสามารถในการสร้างช่องทางใหม่ๆ ด้านบริการตนเอง เพื่อลดต้นทุนในการให้บริการ (เช่น การโยกต้นทุน ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานไปใช้สื่อสังคมออนไลน์แทน) ขณะเดียวกัน สื่อสังคม ออนไลน์ ยังก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ตามความต้องการของลูกค้า สามารถขยายการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทั้งในเชิงลึกและระดับกว้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สื่อสังคมออนไลน์ เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพัฒนาต่อยอดมาจากวิธีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เรื่องราว และสิ่งต่างๆ มาเป็นเครือข่ายจำเป็นในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค และยังได้เปิดโอกาสใหม่ๆ ที่หลากหลายในการสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจ&#8221;<span id="more-310"></span></p>
<p><img src="http://www.malaratn.co.th/wp-content/uploads/2011/09/โซเชียล-ซีอาร์เอ็ม-ผูกใจลูกค้าบนสังคมออนไลน์.jpg" alt="" title="โซเชียล-ซีอาร์เอ็ม-ผูกใจลูกค้าบนสังคมออนไลน์" width="500" height="500" class="alignnone size-full wp-image-311" style="padding:5px;border:1px solid #ddd;" /></p>
<p><strong>โซเชียลมีเดียในบทบาทธุรกิจ </strong></p>
<p>นนทวัฒน์ บอกว่า หากจะถามว่าสื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียล มีเดีย ให้อะไรแก่เรานั้น มีประเด็นให้น่าขบคิดในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การตลาดและการขาย การบริการลูกค้า และการสนับสนุน รวมถึงการสรรหา และพัฒนาบุคลากรมืออาชีพ</p>
<p>โดยสามารถ รวบรวมแนวคิดใหม่ๆ จากสมาชิกในชุมชนออนไลน์ ซึ่งเป็นทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าเป้าหมาย โซเชียล มีเดีย สามารถทำให้เราได้เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสมอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการใช้ความรู้และเจาะหาและรวบรวม สร้างช่องทางใหม่ๆ ทางด้าน การตลาดและการจัดจำหน่าย เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค ฯลฯ</p>
<p>สามารถสร้างกลไกการกระจายข้อมูลต่อกันไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อและเพิ่มจำนวนลูกค้า หรือจะสร้างโมเดลการสร้างรายได้ใหม่ๆ และระบบการจ่ายเงินใหม่ (เช่น ระบบสินค้าเสมือน เป็นต้น) รวมถึงความสามารถในการสร้างช่องทางใหม่ๆ ด้านบริการตนเอง เพื่อลดต้นทุนในการให้บริการ (เช่น การโยกต้นทุน ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานไปใช้สื่อสังคมออนไลน์แทน) </p>
<p>ขณะเดียวกัน สื่อสังคม ออนไลน์ ยังก่อให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ตามความต้องการของลูกค้า สามารถขยายการปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าได้ทั้งในเชิงลึกและระดับกว้าง  เพิ่มโอกาสในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตรงตามลักษณะเฉพาะ และความเป็นตนเองของผู้บริโภคมากขึ้น  ทั้งยังเข้าถึงผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้มากขึ้นด้วย </p>
<p>นอกจากนี้ ยังช่วยในการลดต้นทุนในการสรรหา โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่มีต้นทุนต่ำ หรือไม่มีค่าบริการในการประกาศรับสมัครงานช่วยเพิ่มความร่วมมือและเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญในองค์กรต่างๆ มากขึ้น</p>
<p><strong>สร้างโอกาสใหม่จากปากต่อปาก </strong></p>
<p>นนทวัฒน์ บอกว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้สร้างโอกาสใหม่ๆ เช่น การรวบรวมความคิดใหม่ๆ จากกลุ่มคนภายนอก และนำไปใช้ในช่องทางการตลาดประเภท &#8220;บอกปากต่อปาก&#8221; ในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมตั้งแต่ &#8220;การให้บริการลูกค้าผ่านระบบออนไลน์&#8221; จนถึง &#8220;การสรรหาคัดเลือกพนักงานโดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์&#8221; </p>
<p>เช่น สตาร์บัคส์ ได้เสาะหา และรวบรวมไอเดียใหม่ๆ ได้ถึง 80,000 ประการ จากกลุ่มบุคคลภายนอกองค์กรผ่านทางชุมชนออนไลน์ต่างๆ และหยิบยก 50 ไอเดียเด่นขึ้นพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ  </p>
<p>สำหรับตลาดอีเบย์ ผู้ซื้อผู้ขายบนอีเบย์ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ร่วมด้วย มีระดับการใช้จ่ายมากกว่าผู้ซื้อผู้ขายทั่วไปถึงร้อยละ 54 ขณะที่การจัดแคมเปญแจกคูปองส่วนลดบนทวิตเตอร์ทำให้เดลล์มียอดขายเพิ่มขึ้น 6.5 ล้านดอลลาร์  และสมาชิกของลิงค์อิน (LinkedIn) ร้อยละ 28 มีอาชีพเป็นผู้บริหารระดับอาวุโส ซึ่งกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโตก้าวหน้า</p>
<p>&#8220;สื่อสังคมออนไลน์ได้ยกระดับการปฏิสัมพันธ์ และการติดต่อเชื่อมโยงระหว่างผู้บริโภคสู่มิติใหม่ โดยจะเกิดขึ้นกับทุกคน ทุกที่ ทุกเรื่องราว และทุกเวลา&#8221;      </p>
<p><strong>หนุนผู้บริโภคมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น </strong></p>
<p>ทั้งนี้ โอกาสยอมรับนวัตกรรมทั้งหมดมาพร้อมกับสิ่งท้าทาย  ผู้บริโภคมีสิทธิมีเสียงมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจต่างๆ เล็งเห็นว่า อำนาจในการโน้มน้าวผู้อื่นของตนลดลง  โดยปัจจุบัน ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อมูลและเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ราคา ฟังก์ชันการทำงาน การรับประกัน และอื่นๆ  ล่วงหน้าเป็นระยะเวลานาน ก่อนที่พวกเขาจะไปพบกับตัวแทนจำหน่ายหรือร้านขายผลิตภัณฑ์นั้นๆ </p>
<p>ข้อมูลที่ผู้บริโภคได้รับสามารถหาได้จากที่บ้าน ที่ทำงาน หรือการออกไปเดินชอปปิง นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังสามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าของเจ้าใดเจ้าหนึ่งกับราคาของคู่แข่งจากทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ แม้ในขณะที่เขากำลังเลือกชมสินค้าอยู่ที่ร้าน หรือพูดคุยสอบถามข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายอยู่ก็ตาม</p>
<p>นนทวัฒน์ วิเคราะห์ว่า การสื่อสารระหว่างบริษัทและผู้บริโภคแบบเดิม ที่ใช้ในการส่งเสริมการตลาดมานานหลายทศวรรษได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการสื่อสารรูปแบบใหม่ระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง ซึ่งจะกระทบต่อการส่งผ่านข้อมูลจากเจ้าของสินค้าไปสู่กลุ่มเป้าหมาย </p>
<p>จากการศึกษาของฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกือบร้อยละ 50 ยอมรับว่า ข้อมูลที่ได้รับจากผู้บริโภคด้วยกันมีความสำคัญมากยิ่งกว่าข้อมูลที่ได้รับจากฝ่ายการตลาดของผลิตภัณฑ์และบริการนั้นๆ เสียอีก</p>
<p>&#8220;สื่อสังคมออนไลน์ทำให้ลูกค้ามีความเคลื่อนไหวและกระจายความคิดเห็นของตนได้รวดเร็ว ซึ่งหมายความว่า ธุรกิจต่างๆ ต้องมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการของตน ตลอดจนมีรูปแบบและกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้รับจากการสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า&#8221; </p>
<p>กระนั้นก็ตาม ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์กันทุกคน ดังนั้น เจ้าของสินค้าจึงไม่ควรยกเลิกวิธีการให้บริการลูกค้าแบบเดิม เพื่อมาทุ่มลงทุนในรูปแบบการให้บริการแบบใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ ยังควรค้นหาแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่โดดเด่นและแปลกใหม่ให้แก่ลูกค้า </p>
<p>โดยการโอนถ่ายอำนาจสู่ผู้บริโภคทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าร่วมกับผู้ผลิต ทั้งยังมีอิทธิพลแฝงลึกอยู่ภายใต้ตัวตนของสมาชิกใน &#8220;ชุมชน&#8221; นั้นๆ โดยเส้นแบ่งระหว่างส่วนงานด้านการขาย การตลาด และการให้บริการจะเป็นเพียงเส้นบางๆ ซึ่งหมายความว่างานทั้ง 3 ส่วนต้องทำงานประสานกัน โดยมีข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นสิ่งสนับสนุนที่ขาดไม่ได้  </p>
<p><strong>3 ปัจจัยใช้กลยุทธ์สื่อสังคมออนไลน์ให้สำเร็จ </strong></p>
<p>1. สังเกตการณ์  คือ ความสามารถในการสังเกตและอธิบายสิ่งที่ลูกค้ากำลังทำและพูดถึง เครื่องมือที่ใช้ประเมินผล สื่อสังคมออนไลน์สามารถรวบรวมข้อมูลตอบรับทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และนำไปใช้ในแคมเปญโฆษณาเพื่อจัดทำโปรโมชั่น ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ ทั้งยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการปรับปรุงแบรนด์ ค้นหาความต้องการของลูกค้าที่ยังไม่เคยได้รับการตอบสนอง และระบุบุคคลที่มีความลำเอียงต่อแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์</p>
<p>2. มีส่วนร่วม  คือ การเข้าไปมีส่วนร่วม ร่วมวงสนทนากับลูกค้า โดยไม่พยายามควบคุมหรือกำหนดกรอบให้กับสื่อสังคมออนไลน์ที่ลูกค้ากำลังใช้งานอยู่ ขั้นตอนนี้สามารถเริ่มต้นทำได้ง่ายๆ โดยทดลองนำประสบการณ์ที่หลากหลายของลูกค้ามาศึกษาว่า ลูกค้าแต่ละกลุ่มมีประสบการณ์ลักษณะใดบ้าง</p>
<p>3.วิวัฒนาการ  กิจกรรมบนสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่อาจเริ่มจากส่วนงานใดส่วนหนึ่ง และเมื่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ขยายเพิ่มขึ้น ครอบคลุมงานสนับสนุนด้านการขาย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการลูกค้า และอีคอมเมิร์ซจะทำให้การปฏิบัติงานมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงควรมีการกำหนดขอบเขตการกำกับดูแลที่ประกอบด้วยหลักเกณฑ์สำหรับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในบริษัท และจัดกิจกรรมที่สนับสนุนองค์กรให้มีการพัฒนาโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ </p>
<p>ผู้บริหาร เอคเซนเชอร์ บอกว่า ขณะนี้ ไม่ใช่เวลาที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะการแข่งขันได้เริ่มต้นแล้ว  บริษัทวิจัยเอเดลแมน ดิจิทัล บอกว่า แม็กซิส (Maxis) คือ หนึ่งในบริษัทที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดบนเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ในปี 2553 และมีแนวโน้มที่จะเป็นเช่นนั้นต่อไปอย่างต่อเนื่อง </p>
<p>ขณะที่ สายการบินแอร์ เอเชียได้จัดตั้งทีมงานเพื่อดูแลและจัดการคำร้องเรียนของลูกค้าบนเฟซบุ๊ค เนื่องจาก เฟซบุ๊ค คือ สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับผู้บริโภคและบริษัทต่างๆ ขณะที่ทวิตเตอร์ก็มีการเติบโตสู่มิติใหม่ โดยเป็นสื่อที่มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เข้าใช้งานตลอดเวลามากที่สุดเช่นกัน</p>
<p>นับว่าสื่อสังคมออนไลน์ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบและแนวทางการทำธุรกิจแบบเดิมๆ แต่ก็เป็นที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่า บริษัทต่างๆ ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ จะสามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น</p>
<p>อ้างอิง   <script language="javascript" type="text/javascript"><!--
document.write('<a href="http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20110810/404215/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C.html">http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/it/global/20110810/404215/%E0%B9%82%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A5-%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%A1-%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C.html</a>');
//--></script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.malaratn.co.th/%e0%b9%82%e0%b8%8b%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a5-%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

