คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Facebook คือ Social Media ที่มีอิทธิพลอย่างมากในปัจจุบัน จากผู้ใช้งานทั่วโลกเกือบ 600 ล้านคน หากเปรียบเฟซบุ๊คเป็นประเทศ ก็จะมีประชากรเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่จีนและอินเดีย เฟซบุ๊คจึงเป็นหนึ่งในช่องทางการตลาดและการสื่อสารที่นักการตลาดไม่สามารถมองข้าม เพื่อเข้าถึงลูกค้าในโลกยุคออนไลน์
กิตติพงษ์ วีระเตชะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และวางกลยุทธ์แบรนด์ หน่วยงานเอ็นเนอร์จี้ บริษัท วายแอนด์อาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือ WPP กล่าวว่าปัจจุบันเฟซบุ๊คไม่ใช่แค่โซเชียล มีเดีย เพื่อติดต่อสื่อสารและเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก ตามวัตถุประสงค์ตั้งต้นที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่ได้ก้าวข้ามไปเป็นการสร้างความสัมพันธ์ การค้นพบ การแบ่งปัน และการเรียนรู้แบบทางลัด มากไปกว่านั้นคือการสร้างความใกล้ชิดระหว่าง ผู้บริโภค กับ Brand อีกทั้งยังเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีประสิทธิภาพด้านการซื้อขายสินค้าด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ การขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ค ในรูปแบบ F-Commerce หรือ Facebook Commerce เป็นศัพท์ที่ถูกบัญญัติขึ้นมาใหม่ เนื่องจากเฟซบุ๊ค…ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางการตลาดใหม่ที่มาแรงในโลกออนไลน์ และพร้อมที่จะแซงหน้าทุกสื่อที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมที่ก้าวเข้ามาแทนที่ E-Commerce (Electronic Commerce) และ M-Commerce (Mobile Commerce) สำหรับคนยุคใหม่ในกลุ่มลูกค้าแบบ B2C
ยิ่งไปกว่านั้นเฟซบุ๊ค ได้เสริมความเข้มแข็งในความปลอดภัยของระบบการใช้จ่ายผ่านหน้าเฟซบุ๊ค ด้วยการจับมือกับ Paypal ที่เป็นหนึ่งในระบบการเงินซื้อขายออนไลน์ที่ให้ความปลอดภัยในระบบข้อมูลแก่ผู้บริโภคที่น่าเชื่อถือในระดับต้นๆ ส่งผลให้เอฟคอมเมิร์ซ มีความแข็งแกร่งและได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ามากยิ่งขึ้น
โดย เฟซบุ๊ค จะเปลี่ยนรูปแบบของเงินสดเป็นลักษณะของ F-credit ความนิยมที่กำลังมาแรงของเอฟคอมเมิร์ซ ในตลาดอเมริกานั้นส่งผลให้กลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นซูเปอร์สโตร์ขนาดใหญ่ในอเมริกาได้ออก Money Gift Card สำหรับเฟซบุ๊ค มาขายเป็นของขวัญให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกันอย่างแพร่หลาย
สินค้าแห่เปิดช่องทางขาย
ยิ่งไปกว่านั้นหนึ่งในเจ้าตลาดของโลกอีคอมเมิร์ซ อย่าง Amazon ได้ร่วมมือกับพีแอนด์จี เพื่อโปรโมทและขายสินค้า Pamper ในโลกของเฟซบุ๊คด้วยเช่นกัน เพราะจุดเด่นของเอฟคอมเมิร์ซ คือผู้ซื้อสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่านเฟซบุ๊ค ไม่จำเป็นต้องไปเปิดเว็บไซต์อื่นๆ และไม่ต้องทำ search หาสินค้าใน google อีกด้วย
ช่วงเริ่มต้นของยุคดิจิทัลถือเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงจาก Traditional Commerce หรือการซื้อขายโดยผู้ซื้อและผู้ขายมีปฏิสัมพันธ์กันโดยตรงมาเป็นการซื้อสินค้าทางสื่อออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตแบบอีคอมเมิร์ซ ที่เป็นการขยายขอบข่ายการทำการค้า โดยไม่มีข้อจำกัดของเวลาการเปิดปิดร้าน
อย่างไรก็ตาม การขายสินค้าแบบอีคอมเมิร์ซ ยังมีข้อจำกัดในการบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งในยุคถัดมาที่เกิดความนิยมใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อสื่อสาร M-Commerce จึงเกิดขึ้น ถือเป็นการกระโดดออกจากกรอบของอีคอมเมิร์ซ มาสู่การติดตามตัวแบบไร้สายของโลกโทรศัพท์มือถือ ลูกค้าสามารถใช้โทรศัพท์เป็นตัวช่วยในการซื้อขายสินค้า หรือทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร ผู้ขายสามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างถึงตัวและรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้น M-Commerce สามารถบ่งบอกที่อยู่ของลูกค้าได้อย่างละเอียด ส่งผลให้ผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าและบริการตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีโครงข่าย ที่จะต้องนำมาใช้กับ M-Commerce เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
แชร์ประสบการณ์ซื้อเรียลไทม์
ทั้ง อีคอมเมิร์ซ และ เอ็มคอมเมิร์ซ เป็นการแสดงออกถึงการต้องการส่วนบุคคลเพียงเท่านั้น ขณะที่ “เอฟคอมเมิร์ซ” สามารถแสดงความสัมพันธ์ของกลุ่มลูกค้าที่มีความชอบเดียวกันและสามารถแบ่งปันความชอบในตัวสินค้านั้นๆ ให้แก่เพื่อนๆ ได้รับรู้ได้ ยิ่งไปว่านั้น เอฟคอมเมิร์ซ สามารถทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้อย่างรวดเร็วและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความภักดีกับตัวสินค้าได้ง่าย
“ดังนั้น F-Commerce เสมือนสิ่งเติมเต็มในส่วนที่ขาดไปของ E-Commerce และ M-Commerce”
การจะทำให้ “แบรนด์” ประสบความสำเร็จในการทำ เอฟคอมเมิร์ซ นั้น จะต้องมีความเป็น Real time ในโลกของเฟซบุ๊ค ทำให้เห็นประโยชน์ที่ลูกค้าสามารถเข้ามามีประสบการณ์ร่วมได้อย่างทันท่วงทีมากกว่าสื่อประเภทอื่นๆ เนื่องจากสามารถอัพโหลดข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว เช่น พีแอนด์จี เปิดตัวสินค้าแชมพูตัวใหม่ ได้ให้แฟนเพจ เฟซบุ๊คมีโอกาสซื้อก่อนสินค้าก่อนวางขายจริงในตลาด นอกเหนือไปกว่านั้นสามารถทำให้แบรนด์ตรวจสอบผลตอบรับของสินค้าก่อนที่จะวางตลาดจริงเพื่อช่วยในการวางแผนการผลิต
ขณะที่ Levi’s เรียกหน้าชอปปิงบนเฟซบุ๊คว่า Friends Store โดยทุกคนสามารถมากด like ในรุ่นที่ชอบและต้องการจะซื้อได้ อีกทั้งมีการจัดลำดับรุ่นที่ได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์ ทำให้คนที่เข้ามาเพื่อจะเลือกซื้อมีข้อมูลของความนิยมและการแสดงความคิดเห็นต่างของบรรดาแฟนเพจคนอื่น บนหน้าเพจของแต่ละรุ่น เพื่อประกอบการตัดสินใจ และเมื่อเลือกซื้อสินค้าในหน้าแฟนเพจแล้วก็สามารถ Share รุ่นที่ตัวเองชื่นชอบไปบนหน้าเฟซบุ๊คของตัวได้ด้วยเช่นกัน
“เอฟ คอมเมิร์ซ” จึงถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดสื่อออนไลน์ในยุคดิจิทัล ที่บรรดาแบรนด์ต่างๆ ให้ความสนใจ และเป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน


